Halloween Note

posted on 31 Oct 2011 16:38 by mdla13
     วันนี้เป็นวันฮัลโลวีน แน่นอนว่าเป็นวันหยุดของพวกเรา (เด็กฝรั่ง)
 
อ้อ แล้วไม่ต้องถามนะ ว่าฉันเป็นใคร เพราะต่อไปคุณก็จะรู้เอง
(จขบ.แอบแทรก) อ่านได้ที่ เพจคาแรดเคอร์ครับ= =
 
-*-ให้ฉันเล่าเรื่องของฉันก่อนดีกว่า มัน...ก็เหมือนเป็นวันธรรมดาสามัญทั่วไป
 
ที่ได้นั่งแช่อยู่เฉยๆที่บ้านกับเพื่อนสนิท พวกเราไม่ได้แต่งชุดผีออกไปเล่น เพราะไม่อยากไป
 
และไม่ต้องการขนมด้วย (ทำแต่โคม แจ๊ค-โอ-แลนเทิร์น)
 
แล้วจู่ๆ ก๊มีแขกรายแรกมาหาพวกเรา..............
 
 
ฉันเปิดประตูออกไป ร่างที่ยืนอยู่หน้าประตูเตี้ยกว่าพวกเรา(รวมขั้นบันได) ประมาณฟุตกว่าๆ
 
เป็นเด็กผู้หญิงผมสีฟางข้าว แต่งตัวแบบยุโรปโบราญ เธอยืนนิ่งๆ ก่อนจะพูดเสียงไร้อารมณ์ว่า......
 
 
                              'Trick or Treat'
 
พวกเราก็ให้ขนมไปมระเบียบ เพราะขี้เกียจดูการหลอกหลอน ซึ่งดูไม่เป็นจะน่ากลัวตรงไหน
 
 
ฉันเดินเข้าไปข้างในก่อน ปล่อยให้คริสเพื่อนของฉัน ปิดประตู แต่เขายืนอยู่ที่นั้นอยู่ครู่ใหญ่
 
ไม่รู้ว่าเกิดอะไร หรือเขาเห็นอะไรกันแน่?
 
 
O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O[]O
 
 
......................................................................................................................
 
 
What happen?
 
..................................
 
.............................................................................................................................................................
 
 
ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชม ^^
 

Halloween

posted on 31 Oct 2011 16:02 by mdla13
     
     Halloween เป็นภาษาอังกฤษ มาจากคำว่า All Hallo Eve หรือ วันสมโภชนักบุญ Hallo+Eve= Halloween
ชาวคริสเลื่อนวานเฉลิมฉลองในวันนี้ ไปหลังวันสมโภชนักบุญ และเรียกว่า วันวิญญาณในไฟชำระ
หรือ All Soul Day ซึ่งในวันนี้จะมีประเพณี Trick or Treat ผู้คนจะร้องขอ ขนมสำหรับวิญญาณ
จากหมู่บ้านหนึ่งไปยังอีกหมู่บ้านหนึ่ง โดยเชื่อว่าการให้ขนม วิญญาณของญาติผู้บริจาคจะได้รับบุญ
ทำให้มีโอกาสได้ขึ้นสวรรค์
 
     เรื่องการแต่งกายเป็นภูติผีปีศาจนั้น เริ่มมาจากความเชื่อของชาวเคลต์ ชนพื้นเมืองในไอร์แลนด์
ถือกันว่า วันที่ 31 ตุลาคม เป็นวันสิ้นสุดฤดูร้อน ซึ่งในวันนี้ โลกของคนเป็นและคนตายจะถูกเชื่อมเข้าหากัน
วิญญาณของคนที่ตายไปแล้ว จะพยายามหาร่างเพื่อสิงสู่ เพื่อให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
ผู้คนจึงพยายามหาวิธีที่จะไม่ให้วิญญาณมาสิงตนเอง จึงปิดไฟทุกดวงในบ้าน ให้อากาศหนาวเย็น
และเหล่าผีร้ายไม่ชอบ แต่งตัวให้แปลกประหลาด หรือปลอมเป็นผี ส่งเสียงอึกทึก เพื่อให้ผีร้ายหนีไป
ต่อมาความเชื่อนี้ค่อยๆหายไป กลายเป็นเพียงการแต่งกายเป็นผีหรือแม่มดเท่านั้น
      
      ส่วนการแกะสลักฟักทอง แจ๊ก-โอ-แลนเทิร์น มาจากตำนานพื้นบ้านของชาวไอริช
เกี่ยวกับ แจ๊ค ซึ่งเป็นนักเล่นกลขี้เมา วันหนึ่งเขาหลอกให้ปีศาจขึ้นไปบนต้นไม้
และทำกากบาทไว้ปีศาจจึงลงมาไม่ได้ จากนั้นจึงได้ทำสัญญากับปีศาจว่า "ห้ามนำสิ่งไม่ดีมาหลอกล่อเขาอีก"
แล้วจะปล่อยลงมา เมื่อแจ๊คตาย เขาปฎิเสธทั้งการขึ้นสวรรค์และลงนรก
ปีศาจจึงให้ถ่านที่กำลังคุแก่เขา เพื่อปัดเป่าความหนาวเย็นในเวลากลางคืน
และแจ๊คได้นำถ่านนี้ไปใส่ไว้ในหัวผักกาด ที่ถูกเจาะให้กลวง ให้ไฟลุกอยู่ได้นานขึ้น
ชาวไอริสจึงแกะสลักหัวผักกาดและใส่ไฟไว้ด้านใน   <<<<หัวผักกาด
เพื่อระรึกถึง "การหยุดยั้งความชั่ว"
     
      แต่เมื่อมีการฉลองฮาโลวีนในอเมริกา ซึ่งที่นั่นฟักทองหาได้ง่ายกว่าหัวผักกาดมาก จึงเปลี่ยนมาใช้แทน
หัวผักกาด จึงกลายเป็นฟักทอง ซึ่งเราคุ้นเคยกันมากกว่าในปัจจุบัน
                              
                                              
ขอบคุณที่มาอ่านนะครับ กับเอนทรีแรก(ที่พอจะมีเนื้อหา) ปล.รูปที่สีมันเป็นงี้เพราะวาดจาก"กาแฟ"ครับ^^ เนื่องจากน้ำท่วมกลับบ้านไม่ได้ (สีทั้งปวงทิ้งไว้ที่บ้าน ตัวจ.ข.บ.ยังค้างอยู่ต่างจังหวัด)